|
  
******************************ท้าวพังพกาฬ
วัดมะม่วงขาว****************
พิมพ์พิเศษกดเครื่องแจกกรรมการหลังล้อมราหูตอกดอกจันเงิน
1 ดอก
****ความเดิม****
เมื่อคราวปี 2544 ด้วยขุนพันธรักษ์ราชเดช
เล็งเห็นว่าวัดมะม่วงขาว คราวนั้นแทบจะเป็นวัดร้าง ทั้งๆที่เป็นวัดเก่าแก่
ไม่มีพระจำพรรษาสักองค์ เลยไปนิมนต์ พระปลัดนิคม ธมญญาโน(เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน)
ศิษย์คนเดียวของสหายสนิทฝ่ายสงฆ์ของท่านให้มาจำพรรษา ณ วัดมะม่วงขาว
แต่ด้วยวัดนี้ร้างมานาน แต่การปฎิสังขร บูรณะ จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่มากมาย
เลยดำริว่าต้องสร้างพระสักชุด เพื่อสืบทอดพระศาสนา
จึงพยามเรี่ยไรทุนเพื่อจัดสร้างพระชุด ท้าวพังพกาฬ วัดมะม่วงขาวในปี
2544 แต่ ในคราวนั้น ปี 2545 ขุนพันธรักษ์ราชเดช
ติดภารกิจเก่าที่ต้องหาทุนสบทบร่วมกับกรมศิลปากรเพื่อบูรณะเจดีย์ที่รายรอบพระบรมธาตุ
163 องค์ ณ วัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช
เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณในส่วนของค่าพิธีกรรม เลยนำมาร่วมพิธีด้วยกันกับ
วัตถุมงคลรุ่นจตุคามรามเทพอุดมโชค8อรหันต์(รุ่นบูรณะเจดีย์ราย)วัตถุมงคลทุกชิ้นของรุ่นท้าวพังพกาฬ
วัดมะม่วงขาว ได้เข้าพิธีรุ่นบูรณะเจดีย์รายครบถ้วนยกเว้นเพียงแต่ดาบพังพกาฬเท่านั้น
ที่มาเข้าพิธีตอนหลังในปี 2546 **ชุดหลังราหูที่เป็นประเด็นของเรื่องนี้ก็เช่นกันขุนพันธรักษ์กดพิมพ์พร้อมเจดีย์รายครบถ้วนตามสูตรของชวากะโบราน
อีกทั้งเป็นวัตถุมงคลเพียงชิ้นเดียวของรุ่นท้าวพังพกาฬวัดมะม่วงขาวที่ใช้โค้ตสวัสดิกะของเจดีย์ราย**(เพื่อเป็นที่ระลึกว่าร่วมพิธีเดียวกันกดพร้อมกัน)(แต่ในทางกลับกันกลับเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันได้ว่าเข้าพิธีร่วมกันจริงเป็นความบังเอิญที่ไม่ตั้งใจของคนสร้างคับ)
หลังเสร็จพิธีกรรมเจดีย์ราย..วัตถุมงคลชุดท้าวพังพกาฬ..วัดมะม่วงขาว..ชุดแห่งความตั้งใจที่จะสร้างเพื่อสมทบทุนบูรณะวัดมะม่วงขาว
เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาตามเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของขุนพันธรักษ์ราชเดช..ชุดแห่งหยาดเหงื่อแรงกายของชายอายุ100กว่าปี
ผู้ศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าที่เรี่ยไรหาทุนจัดสร้างเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง
สังขารก็ร่วงโรย
เพราะตรากตรำมานาน..จนความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ...จนทรงมีพระเมตตา..
ให้กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร วังศุโขทัย
เป็นเจ้าภาพ จัดพิธีอีกครั้ง ณ วัดมะม่วงขาวในปี 2546
ทุกขั้นตอนของพิธีกรรม กระทำอย่างมีระเบียบ แบบแผน
เพราะรุ่นนี้มีเหล่าทหารหาญเกี่ยวข้องมากมายตั้งแต่ระดับนายพล..เจ้ากรม..ผู้บังคับการ
ฯลฯร่วมบุญร่วมงานร่วมแรงรวมใจมากมาย แม้แต่ข้าราชการฝ่ายปกครอง
ผู้ว่าราชการจังหวัดในยุคนั้น
อีกทั้งชาวบ้านชาวเมืองร่วมแรงร่วมใจกันอย่างล้นหลาม
มีผู้คนเป็นสักขีพยานในการสร้าง นับหมื่น
นี่คือความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือปกปิดบิดเบือนได้
วัตถุมงคลรุ่นนี้แม้แต่ฝ่ายจัดสร้างหรือแม้แต่ฝ่ายพิธีกรรม
คุณเล็กซึ่งเป็นเจ้าพิธี ตระหนักดีว่า
สำคัญยิ่งนักเพราะเป็นรุ่นที่แทบจะกล่าวได้ว่าเข้มขลังอลังการยิ่งใหญ่ที่สุดของขุนพันธรักษ์ราชเดช
จะทำเล่นไม่ได้ ต้องระวังและละเอียดพิถีพิถันทุกขั้นตอน
เพราะเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย (ผมขออณุญาตไม่เอ่ยนามพาดพิงถึงบุคคลสำคัญและผู้หลักผู้ใหญ่นะครับเน้นเพียงความถูกต้องของพิธีกรรมประวัติและความเป็นมาที่แท้จริงพอครับ)..จึงสรุปได้ว่า...ของแบบนี้เกี่ยวพันกับหลายฝ่ายที่ต่างมาร่วมบุญร่วมกุศลร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างพระเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา..ไม่มีใครกล้าทำเสริมจากในวัดมาทำเล่นครับ..สร้างเสร็จบล้อคเจียทำลายทิ้งหมด
(แต่วันหน้าหากมีนักเล่นหาเล่นกันมากๆอนาคตหากปลอมจากที่อื่นอันนี้ไม่ว่ากันครับเพราะถือว่าคนละกรณีกัน)..
**วัตถุมงคลที่นอกเหนือจากโบรชัวมีคร่าวๆดังนี้ครับ**
..ชุดหล่อโบราณลอยองค์(ชุดถวายทูลเกล้า) มีเนื้อทองคำ นวะโลหะ
เงิน
..ชุดแจกองค์รักษ์(ในวัง)(ผู้ทำบุญและกรรมการ)หล่อโบราณลอยองค์
เนื้อชินตะกั่ว
..ชุดกดมือฝังเม็ดยาแจกผู้ใหญ่และวงในคนใกล้ชิด
..ชุดกดมือแจกกรรมการ มี 4 สี
(เขียว-ดำ-แดง-ขาว)
..ชุดกดเครื่องแจกกรรมการหลังล้อมราหูตอกดอกจัน(แจกผู้ทำบุญและกรรมการ)
|