
พระราชธรรมสุธี ไขปริศนา ทำไม ! ... ต้องเสก จตุคามรามเทพ ณ
วัดพระมหาธาตุฯ
"อาตมาว่าจริงๆ แล้วคำว่าปาฏิหาริย์ มันเป็นเรื่องพลังงาน อย่างหนึ่งที่เรา
ไม่สามารถไปตัดสิน ปฏิเสธ เชื่อในสิ่งเหล่านี้ได้ในทันที"
พิธีมหามงคลอันเข้มขลังในการสร้างจตุคามรามเทพรุ่นแล้วรุ่นเล่า
ล้วนแล้วจะต้องมีพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขณะเดียวกันพิธีบวงสรางก็จะต้องมีการ
ณ หอพระสูง ศาลหลักเมือง
เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ทุกครั้งจะต้องเกิดปรากฏการณ์เป็นที่ร่ำลือกันไปทั่วว่า
ในพิธีแทบทุกครั้งจะมีพระอาทิตย์ทรงกลดเหนือศาลหลักเมือง แสงแดด
ที่แผดจ้าก็พลันร่มรื่น บางส่วนก็เชื่อว่าเป็นเพราะกลุ่มเมฆต่างหาก
คนอีกส่วนหนึ่งเชื่อกันว่า
เมื่อพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงศีลบริสุทธิ์สาธยายมนต์ขลังอัญเชิญพระยาศรีวิชัยท้าวจตุคาม
ท้าวรามเทพ และเจ้าแม่อินทภาณี ซึ่งสถิตย์อยู่เสาหลักเมืองพระคณาจารย์ทุกรูปต่างยืนยันตรงกันว่าในพิธีมหามงคลนี้มีเทพยดามาร่วมอนุโมทนาอำนวยอวยชัยกันมากมาย
ได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือพระบรมธาตุเจดีย์
จากนั้นละอองฝนได้โปรยปรายลงมาประหนึ่งดังเทพยดาประพรมนั้นพระพุทธมนต์นั่นเอง
ในวันนี้เราจะมาฟังมุมมองของ พระราชธรรมสุธี(สมปอง ปญฺญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าทำไมถึงมีหน่วยงานหรือองค์การต่างๆ
เข้ามาการสร้างจตุคามรามเทพกันเป็นจำนวนมาก แล้วจะต้องผ่านพิธีปลุกเสก
และพิธีบวงสรวง ณ วัดพระมหาธาตุฯ ศาลหลักเมือง ทั้งหมดนั้นมีความเข้มขลังแค่ไหน
เราจะไปหาคำตอบกัน และนี่เป็นท่านได้ให้สัมภาษณ์แบบคม ชัด ลึก ดังนี้.........
ทำไมถึงมีคนมาสร้าง"จตุคามรามเทพ"
กันเป็นจำนวนมากครับ?
การสร้างจตุคามรามเทพนั้น คนส่วนใหญ่เขาจะมาขอบารมีในการสร้าง
แต่ทางวัดไม่ได้สร้างกับหรอก ไม่รู้นะใครก็ตามที่ต้องการจะสร้างจตุคามรามเทพ
แล้วมีวัตถุประสงค์นำปัจจัยไปทำประโยชน์ตามที่เขาบอกมานั้น
อาตมาก็ต้องอนุญาตไปในการใช้สถานที่ทำพิธี
แต่ถ้าเขาไม่มาขออนุญาตเจ้าอาวาสก็คงไม่ศักดิ์สิทธิ์(หัวเราะ)
เพราะสิทธิ์ในการใช้สถานที่เป็นอำนาจของเจ้าอาวาสวัดนี้
และถ้าเจ้าอาวาสไม่อนุญาตเขาก็จะทำกันไม่ได้
มีไหมมีคนมาขอแล้วหลวงพ่อไม่อนุญาต?
ตรงนี้นับครั้งได้ที่อาตมาจะไม่อนุญาต เพราะหากเขามาขอช่วงที่วันมันตรงกับงานของวัด
หรือใกล้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อันนี้อาตมาก็จะไม่อนุญาต
แต่จะให้พวกเขาเลื่อนวันออกไป จะเลื่อนเข้าเลื่อนออกก็แล้วแต่เขา จะไม่อนุญาติให้สร้างกันเลยนั้นอาตมาไม่สามารถทำได้
หากบางกลุ่มมาขอสร้างทำเป็นพุทธพาณิชย์
หลวงพ่อจะรู้ได้อย่างไรครับ?
คนที่สร้างพระเขาจะแอบแฝง
หรือจะมาแอบอ้างเพื่อสร้างวัตถุมงคลเพื่อหาผลประโยชน์อันนั้นเราไม่ไปสืบหาข้อเท็จจริงอะไร
แต่เมื่อเขามาขอเพื่อทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดนี้ เนื่องจากวัดแห่งนี้ใครจะบวช
ใครจะทำอะไรก็ได้ เพราะเป็นวัดของเราทุกคนที่เป็นชาวพุทธ
พระธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในวัดนี้ก็เป็นของพระพุทธเจ้าเป็นบุญอย่างหนึ่ง
ใครจะมาหวงบุญตัวนี้ไม่ให้คนอื่นนั้นมันจึงไม่ถูกต้อง
วัดนี้จะเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มาขอใช้สถานที่สร้างวัตถุมงคล และวัดได้
โดยทางวัดไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะอาตมาคิดว่า
อย่างน้อยการสร้างวัตถุมงคลเหล่านี้ก็เป็นการส่งเสริมให้คนได้เข้าถึงพระพุทธศาสนา

พระอาทิตย์ทรงกลด
ขณะวางเสาเมืองนครศรีธรรมราช
ใครที่มาขออนุญาตใช้สถานที่ต้องเสียปัจจัยอย่างไรครับ?
ทางวัดอาตมาไม่ได้เรียกร้องอะไร
เมื่ออาตมาอนุญาตให้สร้างแล้วจะไปกำหนดว่าต้องเสียเท่านั้นเท่านี้
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ความศรัทธาที่จะร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเท่านั้นเอง
ถ้ามีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลในวัดพระมหาธาตุฯจะขายได้
ตรงนี้เกิดจากอะไร?
ถามอาตมาว่ามันเกิดจากอะไรตรงนี้ไม่สามารถบอกได้
ซึ่งคนเราคงเห็นว่าได้บารมีจากพระบรมธาตุ
หลายคนจึงอยากมีวัตถุมงคลที่ทำพิธีในวัดได้มีไว้บูชากันมากกว่า
เพราะพระบรมสารีริกธาตุที่เป็นพระธาตุของพระพุทธเจ้า
อยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ให้ความเป็นสวัสดิมงคลแก่คนที่บูชา
และตรงนี้ใครจะได้หรือไม่ได้ตรงนี้มันขึ้นอยู่ที่แต่ละคนมีภาชนะที่จะรองรับความเป็นสวัสดิมงคลนั้นมากน้อยแค่ไหน
ถ้าใครมีภาชนะดีๆ ก็จะได้เร็ว เพราะภาชนะของพระพุทธเจ้าก็คือ เรื่องทาน ศีล ภาวนา
และสิ่งสำคัญคือเรื่องทำดี ละชั่ว ใครทำได้ก็จะได้สวัสดิมงคลอยู่กับตัวอยู่แล้ว
จริงๆ มันก็เป็นการเสริมกำลังใจให้มีความมั่นคงมากกว่า
ทุกครั้งจะต้องทำพิธีบวงสรวงที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชครับ?
อันนี้มันมีเรื่องอยู่ว่า
ศาลหลักเมืองได้มีการอัญเชิญท้าวจตุคามรามเทพมาประดิษฐานไว้ในศาลหลักเมืองด้วย
ฉะนั้น
เราจะเห็นได้ว่าเทพเทวดาในนครศรีธรรมราชทั้งหมดก็ได้มาประดิษฐานที่บริเวณศาลหลักเมืองด้วยเช่นกัน
เมื่อมีการอัญเชิญท้าวจตุคามรามเทพมาไว้ที่ศาลหลักเมืองแล้ว
ไม่ว่าจะทำพิธีอะไรที่วัดพระมหาธาตุฯ
ก็จะต้องมีการทำพิธีบวงสรวงที่ศาลหลักเมืองด้วย
เพราะถือว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงนี้เพื่อให้เกิดเป็นความสมบูรณ์ทั้งสองแห่ง
แต่จะขลังหรือไม่อย่างไรอาตมาบอกไม่ได้ คงอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละคน
ดังนั้น การประกอบพิธีพุทธาภิเษกทั้งหมดต้องมีการบวงสรวงจากพราหมณ์
ตรงนี้จึงควรทำให้ถูกต้องตามแบบตำราโบราณมีเครื่องเซ่น มีบายศรี
ซึ่งอาตมาว่ามันก็จะดีกับทุกฝ่ายแล้วมันก็จะเกิดความขลังได้
แต่ถ้าทำแล้วเมื่อเทพเทวดา
วิญญาณต่างได้รับรู้รับทราบท่านก็จะเมตตาในการกระทำของเรา
หรืออาจจะทำให้เรารู้ได้ด้วยการแสดงอิทธิฤทธิ์ ปรากฎให้เราได้เห็นกัน เช่น
พระอาทิตย์ทรงกลด ส่วนคนที่ทำกันแบบรวกๆ ขอไปทีเพื่อหาเงินหาผลประโยชน์ส่วนตัว
บุคคลเหล่านั้นก็จะไม่มีความสุขในชีวิต
แสดงว่าเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มีจริงใช่ไหมครับ?
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น หมายความว่า เรื่องเทพเทวดา ถ้าเราบวงสรวงเราทำพิธีดีถูกต้อง
เขารู้เขารับทราบ เขาก็จะมาร่วมด้วย แม้ว่ากรณีที่เทวดาลงมาเยี่ยม
มาร่วมในพิธีเราไม่สามารถเห็นเป็นภาพ หรือมองให้เป็นตัวตนได้
แต่เราสามารถมองเห็นเป็นสีต่างๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ เทวดาในที่นี้มันมีจริงนะซิโยม
เทวดาตามความเชื่อว่า เป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิดเป็นศาสดา เป็นครูของเทวดา
เป็นมนุษย์ และตามประวัติความเชื่อเกี่ยวกับพุทธจิต
พระพุทธเจ้ายังตอบปัญหาเหล่านี้ถือ ๕ เรื่อง
คนเราสามารถสัมผัสถึงเทวดาได้ ก็คือการฝัน เพราะการฝันจะมีเทพสังหรณ์อยู่ตัวหนึ่ง
ถ้าเราฝันดีเทวดาก็จะมาส่งข่าวว่าจะได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ ภพนั้น ภพนี้
ทางกลับกันหากคนเราฝันร้ายเทวดาก็มาส่งข่าวเหมือนกันว่า
ตัวเราจะมีอันตรายแบบนั้นแบบนี้ ดังนั้นเทวดาจะมาในรูปแบบของความฝัน
ท่านเหล่านี้จะมาให้เราเห็นตัวไม่ได้ หากพวกเราเห็นตัวท่านแล้วอาจทำให้พวกเราตกใจ
หรือบางคนอาจช็อกตายก็ได้ ที่สำคัญตัวเราเองนั่นแหละก็มีเทวดาคุ้มครองด้วยเหมือนกัน
แต่เทวดาที่จะคุ้มครองเราได้นั้น คนๆนั้นจะต้องเป็นคนดี
ใครทำไม่ดีเทวดาก็จะไม่คุ้มครอง
หรือบางคนมีพระบรมสารีริกธาตุบูชาแล้วไม่บูชาก็ไม่เกิดประโยชน์
สิ่งเหล่านี้หากเรียกว่าปาฏิหาริย์มันเกิดจากอะไรครับ?
อาตมาว่าจริงๆ
แล้วคำว่าปาฏิหาริย์มันเป็นเรื่องพลังงานอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถไปตัดสิน ปฏิเสธ
เชื่อในสิ่งเหล่านี้ได้ในทัน
แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแบบที่พวกเราไม่รู้ไม่เห็นมาก่อน
หากมองตามหลักของพระพุทธศาสนาแล้ว องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าให้เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ
คือ การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว มีโทษมีคุณมีบาปมีบุญ
และพระพุทธเจ้าก็วางเอาไว้เลยว่า
๑.ธรรมสภา คือว่า ถ้าใครทำดีก็ย่อมได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว
ผลของกรรมจึงอยู่ที่ผลจากการกระทำของเรานั่นเอง
เพราะกรรมไม่ได้อยู่กับเราชาตินี้ชาติเดียว
แต่กรรมยังอยู่ติดตัวอยู่ในใจเราไปทุกภพทุกชาติ
ทุกคนที่เกิดมาล้วนแล้วเป็นกรรมเก่าไม่ใช่กรรมใหม่
เราก็จะเห็นว่าบางคนเกิดมาในตระกูลที่สูง บางคนเกิดมาในตระกูลต่ำ บางคนขี้เหร่บางคนสวยหล่อ
คนเราเกิดมาแล้วควรเชื่อเรื่องกรรมมากน้อยเพียงใดครับ?
อาตมาคิดว่า คนที่เกิดมาแล้วเชื่อเรื่องกรรม ทำไปตามหน้าที่ของเรา
หลายคนบอกว่าคนเราแก้กรรมได้ไหม อาตมาก็อยากจะบอกว่า ถ้าเรารู้ว่าเรามีกรรมชั่ว
เราก็ต้องแก้ด้วยกรรมดี ทำบุญทำทาน
เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามกรรมดีของเราเท่าใบบอนจะไปปิดความชั่วเท่าช้างมันก็ไม่ได้
แต่เมื่อไหร่กรรมดีเท่าช้างกรรมชั่วเท่าใบบอนก็เป็นการสะสมบุญให้กับตัวเราดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท
ทุกอย่างในชีวิตคนเราก็ล้วนแล้วเกิดจากกรรมแทบทั้งสิ้น
ทางหลอกล่อให้คนหันมาทำบุญทำดีด้วยการรักษาศีล
อาจจะส่งผลให้กรรมชั่วที่เรามีอยู่เบาบางลงได้บ้าง
หลวงพ่ออยากให้ข้อคิดอะไรเกี่ยวกับคนที่ชอบพระเครื่องครับ?
อาตมาอยากจะบอกว่าพระเครื่องก็เป็นส่วนหนึ่งของการเข้าถึงหลักของพระพุทธศาสนา
จะว่าไปแล้วพระธรรมเป็นของวิเศษที่จะสู้กับพระเครื่องได้
แต่หลายสิ่งหลายอย่างมันขึ้นอยู่กับกิเลสได้ในรูปของวัตถุที่ได้นำพาเข้ามาหาพระธรรม
เพราะพระธรรมเป็นนามธรรม ตรงนี้มันจึงขึ้นอยู่กับความศรัทธาของคน
ชาวพุทธที่สนใจพระเครื่องก็คงอยากจะอยู่ข้างนอกมากกว่าจะเข้าวัดศึกษาพระธรรม
และจริงๆ คนเราเมื่อได้เข้าถึงธรรมะแล้วก็จะไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุมงคลแล้ว
ส่วนคนเราที่ยังไม่ถึงธรรมก็ยังต้องใช้พระเครื่องต่อไป
แล้วคนที่แขวนพระเครื่องบอกว่ารอดตายเกิดจากอะไร?
การรอดตายอาจเกิดขึ้นได้จากพระเครื่อง จะด้วยสร้างมาจากพิธีที่ดี
พระอาจารย์ที่มาร่วมปลุกเสกได้มีจิตที่ดีมาเจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
เป็นการยกย่องพระพุทธเจ้าให้สมบูรณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดความขลังได้
จะว่าไปแล้วพระเครื่องเหล่านี้เป็นการรักษาคนที่ปฏิบัติธรรม
หรือคนที่มีศีลมีธรรมประจำใจ
อยากจะฝากเอาเป็นข้อเตือนใจใครที่เกิดมาในชาตินี้หน้าตาไม่สวยเหมือนอาตมา
ที่เกิดจากกรรมสร้างมาไม่สวยต่างหาก ตรงนี้โยมทุกคนก็อย่าไปชิงชังอะไร กับมัน
แต่ต้องเริ่มรู้จักทำบุญสร้างกุศลให้มากไว้ภพหน้า
จะได้เกิดมาเป็นคนที่มีรูปลักษณ์สวย
ณ
วันนี้มีข่าวพระสงฆ์ขึ้นหน้าหนึ่งบ่อยครั้งหลวงพ่อรู้สึกอย่างไร?
อาตมาว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่พระ เพราะไม่ได้ศึกษาสมาธิ ศีล ปัญญา
เมื่อบวชแล้วไม่ได้ศึกษาหลักธรรมพวกนี้จิตมันก็ยังไม่เป็นพระ จิตยังไม่เป็นธรรมะ
จิตยังเป็นฆราวาสอยู่ ตรงนี้ทำให้พระไม่มีอารมณ์ธรรมะ กลับมีแต่อารมณ์โลภ
แต่พระที่ขึ้นหน้าหนึ่งทั้งหลายนั้น เราต้องมองกลับไปดูว่าฐานครอบครัวเป็นอย่างไร
มีฐานพอที่จะรักษาศาสนาได้หรือไม่
และเมื่อเข้ามาเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย นักธรรมบาลี
ชีวิตในผ้าเหลืองก็จะอยู่อย่างลมๆ แล้งๆ ลอยไปลอยมา
ไม่ได้ปักหลักให้มั่นเท่านั้นเอง
ปัจจุบันพระสงฆ์ยังมีเรื่องสมณศักดิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ตรงนี้ทำให้เกิดกิเลสได้ไหมครับ?
ตรงนี้อาตมาคิดว่าอยู่ญาติโยมนั่นแหละที่นำกิเลสมาให้พระ
เพราะญาติโยมที่มาวัดก็จะชอบมาหาแต่เจ้าอาวาส เชื่อมั่นว่าท่านดี แล้วก็ชอบถามว่า
ตอนนี้ท่านเป็นชั้นสมณ หรือตำแหน่งอะไรแล้ว มันทำให้พระก็อยากที่จะได้สมณศักดิ์เหมือนเป็นการเชิดหน้าชูตาเมื่อโยมถาม
แต่เรื่องธรรมะว่าท่านเรียนเปรียญธรรม บาลีอะไรมา เรียนมากี่ปี
เรียนปฏิบัติธรรมได้หรือพบอะไรบ้าง
ส่วนญาติโยมที่มาหาอาตมาก็จะให้ธรรมะเรื่องของการละบาปทำดี
และสิ่งที่สำคัญต้องไม่ประมาท
ชาติภูมิพระราชธรรมสุธี
พระราชธรรมสุธี(สมปอง ปญฺญาทีโป) อายุ ๕๕ ปี พรรษาที่ ๓๔ ชื่อเดิม นายสมปอง
ศรีสงคราม เกิดวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๒ ตรงแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ณ
บ้านเลขที่ ๓๙ หมู่ ๑ ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช บิดา นายดับ ศรีสงคราม
มารดา นางเด็ด ศรีสงคราม การศึกษา นักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม ๕ ประโยค
ศาสนาศาสตร์บัณฑิต สาขา ศาสนาปรัญญา มมร. และศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต ศาสนาปรัญญา
ประเทศอินเดีย
บรรพชาเมื่ออายุ ๑๖ ปี วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๘ วัดมะรวางปลายแขน ต.ท่างิ้ว
อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมี พระภัทรธรรมธาดา(ฮั้ว โสภิโต) เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมาอุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๓ วัดศรีทวี ต.ท่าวัง อ.เมือง
จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระภัทรธรรมธาดา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุรัตวิหารการ
วัดท่าแพ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูปภัสสรเมธาภรณ์ วัดมะม่วงปลายแขน
เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ตำแหน่งปัจจุบัน เจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง
วัดพระมหาธาตุ รองอธิการบดี มมร.วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ผู้จัดการ
โรงเรียนพระบรมธาตุพิทักษ์วิทยา ปรัยัติธรรมแผนกสามัญ อย่างไรก็ตาม
สอบถามเส้นทางได้ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
๘๐๐๐๐ โทรศัพท์ ๐-๗๕๓๔-๖๗๗๒, ๐-๙๖๔๗-๐๑๖๑
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง : ภาพ นัทพล ทิพย์วาทีอมร