-
วัตถุมงคลจะดีอย่างจริงแท้ที่สุด เมื่อเราเปลี่ยนวัตถุนั้นให้เป็นวัตถุมงคล
-
วัตถุมงคล
เป็นสิ่งที่ไม่มีมาก่อนในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ ไม่ทรงแจกวัตถุมงคลใดๆ
-
มีแต่มอบพรธรรมอันล้ำค่าให้ อย่างไรก็ตาม
วัตถุมงคลก็อยู่เคียงคู่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยตลอดมา
-
ความคิดเห็นที่มีต่อวัตถุมงคลมีมากมายและหลากหลายมาก
มีตั้งแต่ศรัทธาอย่างแรงกล้า จนถึงไม่ศรัทธาเลย
-
และถึงกับดูถูกดูแคลน ผู้ที่เคารพนับถือวัตถุมงคลนั้นก็มี
-
-
วัตถุมงคล
มีความศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ มักจะเป็นคำถามแรกที่เรามักจะสงสัย
คำตอบคือแล้วแต่บุคคล
-
แต่สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อถือ วัตถุมงคลก็จะไม่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ
เขาอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
-
เป็นเรื่องของโอกาส เป็นเรื่องของความเป็นไปได้ อีกประการหนึ่งคือ
ผู้ที่ไม่เชื่อถือนั้นเขาอาจเชื่อเรื่องกรรม
-
และเขาเองอาจเป็นผู้มีคุณธรรมดีอยู่แล้ว และไม่ต้องการความศักดิ์สิทธิ์
แต่อย่างใด
-
สำหรับผู้ที่เชื่อถือ วัตถุมงคลจะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่
จะเป็นเรื่องเฉพาะตนของเขาเอง ที่รู้ได้เฉพาะตนเอง
-
จะไปเล่าให้ใครฟังก็อย่าไปหวังอะไรมาก ว่าคนอื่นจะเชื่อ
คือผู้ที่ไม่ประสพกับตนเอง เขาก็อาจเชื่อหรือไม่ก็ได้
-
และในบางกรณีวัตถุมงคล นั้นอาจไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์
แต่เขาอาจได้รับความคุ้มครองป้องกันจากสิ่งอื่น เช่นจากคุณพระรัตนตรัย
-
จากบุญของเขาเอง จากเทวดารักษา และจากธรรมมะที่เกิดในใจเขา
-
-
ผู้เขียนรู้จักคนผู้หนึ่งเขาเล่าให้ฟังว่าในตอนเด็ก
เขาเล่นน้ำในลำคลองและจมน้ำ เหมือนถูกดึงก่อนจะหมดสติ
-
เขาคิดถึงคุณแม่ว่าจะไม่มีใครเลี้ยงดูอีกแล้ว และบอกลาคุณแม่
สิ่งนั้นได้ปล่อยตัวเขาทันที
-
เรื่องนี้ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว จะเป็นด้วยเหตุบังเอิญก็ได้
ที่อาจมีอะไรมาพันขาชั่วคราว
หรืออาจเป็นเรื่องของผีสางนางไม้สำหรับผู้ที่เชื่อถือ
-
ในเรื่องเหล่านี้ ในเรื่องของบุญและธรรมมะก็อาจเป็นเพราะความกตัญญูต่อมารดา
ที่เป็นธรรมมะที่เกิดขี้น รักษาเขาไว้ก็ได้
-
ในสมัยพุทธกาลก็มีเรื่องที่ผู้เจริญมีเมตตา
อันเป็นธรรมะในใจก็สามารถปัดเป่าอันตรายไปได้เช่นกัน
-
-
วัตถุมงคลจะป้องกันความป่วยเจ็บ และความตายเอาไว้ไม่ได้
เพราะนี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องประสบ ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย
-
เป็นธรรมชาติของชีวิตย่อมเป็นไปคามกรรม นอกจากนี้วัตถุมงคล
ก็ไม่อาจตามไปป้องกันกรรม ที่เราก่อในปัจจุบันนี้ได้เช่นกัน
-
ตัวอย่างเช่น
ถ้าเราไปฆ่าคน หรือไปขโมยของ หรือแม้แต่ทำการค้าขาย โดยขายของเก่งกำไรดี
แต่พูดโกหกในการขายของตลอดเวลา
-
หรือค้าขายสิ่งที่ไม่ดี เช่นสุรา ก็ว่าเขาได้ก่อกรรมแล้ว
กรรมนี้จะสนองในอนาคตเสมอ อาจสนองในเวลาไม่นาน หรืออาจสนองในชาติหน้า
-
ไปอีกหลายร้อยชาติเลยทีเดียว วัตถุมงคลย่อมตามไปป้องกันไม่ได้
แต่ธรรมะของพระพุทธองค์สามารถป้องกันได้ และมีอานิสงส์
-
มีผลในปัจจุบันทันทีและอนาคต พระภิกษุเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต
เป็นพระภิกษุที่มีชื่อเสียงมาก ท่านได้อธิษฐานจิตในวัตถุมงคลจำนวนมาก
-
และเป็นที่เชื่อถือว่าศีกดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ในประวัติของท่านมีกล่าวไว้ว่า
ท่านได้เคยชี้ไปที่วัตถุมงคลของท่าน แล้วพูดว่า “ทั้งหมดนี้
สู้พระธรรมไม่ได้”
-
ทั้งนี้
เพราะเมื่อเราประพฤติธรรม ธรรมนั้นย่อมรักษาเรา
ทั้งป้องกันรักษาจากโทษภัยที่เราไม่ได้ก่อขึ้น และนำเราไปสู่ชีวิต
อนาคตที่ดีงามตลอดไป
-
-
การมีวัตถุมงคลจะดีหรือไม่ สำหรับบางท่านอาจไม่จำเป็นเลย จะมีก็ได้
ไม่มีก็ได้ เพราะใจเขาเป็นมงคลอยู่แล้ว
-
สำหรับบางท่านก็ดีเหมือนกัน ดังตัวอย่างนี้
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านที่ล่วงลับไปแล้ว เรามีรูปของท่านติดไว้ในห้อง
-
เมื่อเข้าห้องมาเมื่อไรเราก็เห็น รูปท่าน เมื่อเห็นทุกครั้งก็จะนึกถึงท่าน
นึกถึงสิ่งที่ท่านเคยทำ นึกถึงสิ่งที่ท่านเคยพูด
-
นึกถึงสิ่งที่ท่านเคยสอน ไม่ว่าท่านจะทำดีหรือทำสิ่งที่ไม่ดีอย่างไร
เราก็อาจนิกออกมาได้ จะนึกนิดหน่อยก็ยังได้นึกถึง
-
แต่ถ้าไม่มีรูปท่าน เราก็อาจไม่นึกถึงท่านในตอนนั้น เลย
ก็จะเข้าห้องไปทำเรื่องอื่นต่อไป ทำนองเดียวกัน เมื่อเรามีรูปพระพุทธเจ้า
-
รูปบิดามารดา
รูปพระมหากษัตริย์ หรือรูปเทพยาดาใดๆ จะทำเป็นวัตถุมงคลใดๆก็ตาม
เมื่อเห็นเรานึกถึงท่านบ้าง
-
ไม่มากก็น้อย
ท่านเหล่านนั้นย่อมทำสิ่งที่ดี จึงเป็นที่เคารพนับถือได้
ขอให้นึกถึงความดีของท่าน ถ้าเราไม่เห็นรูปท่านในตอนนั้น
-
เราก็อาจไม่ได้นึกถึงความดีใดๆ ของท่านเลย
การได้นึกถึงความดีของผู้ที่มีความดี อย่างนี้แหละคือมงคล เมื่อนึกแล้ว
-
มีกำลังใจในการทำความดีมากขึ้น ก็เป็นมงคล เมือคิดแล้วมีความละอาย
ไม่อยากทำบาปกรรมที่ชั่วร้าย รู้สึกเกรงใจวัตถุมงคล
-
ที่เราสวมใส่อยู่ ความคิดอย่างนี้ก็เป็นมงคล
-
-
มงคลแปลว่า
สิ่งที่ทำให้มีโชคดี พระพุทธองค์ทรงสอนว่า มงคล หมายถึง ธรรมที่
นำมาซึ่งความสุขความเจริญ มี 38 ประการ ดังนี้
-
1 อเสวนา จ
พาลานํ ไม่คบคนพาล
-
2 ปณฺฑิตานญฺ
จ เสวนา คบบัณฑิต บัณฑิตคือผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ด้วยความดี
-
3 ปูชา จ ปูชนียานํ
บูชาคนที่ควรบูชา
-
4 ปฏิรูปเทสวาโส
จ อยู่ในถิ่นที่มีสิ่งแวดล้อมดี
-
5 ปุพฺเพ จ
กตฺปุญฺญตา ได้ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน
-
6 อตฺตสมฺมาปณิธิ
จ ตั้งตนไว้ชอบ หมายถึงไว้ในที่ถูกที่ควร
-
7 พาหุสจฺจญฺ
จ เล่าเรียนศึกษามาก
-
8 สิปปัญฺ จ
มีศิลปะวิทยาฝึกให้มีความ ชำนาญในวิชาชีพของตน
-
9 วินโย จ สุสิกฺขิโต
มีระเบียบวินัย
-
10 สุภาสิตา
จ ยา วาจา วาจาสุภาษิต รู้จักใช้วาจาพูดให้เป็นผลดี พูดจริง สุภาพ
มีประโยชน์
-
ประกอบด้วยความเมตตาในเวลาอันควร
-
11 มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ
บำรุงมารดาบิดา
-
12 /13 ปุตฺตทารสฺส
สงฺคโห สงเคราะห์บุตร สงเคราะห์ภรรยา
-
14 อนากุลา จ
กมฺมนฺตา ทำการงานไม่คั่งค้าง ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง
-
15 ทานญฺ จ
รู้จักให้เผื่อแผ่แบ่งปัน
-
16 ธมฺมจริยา
จ ประพฤติธรรม มีศีล มีธรรมอันสมควรแก่ตน เช่น อย่างน้อยควรมีศีล ห้า
เป็นต้น
-
17 ญาตกานญฺ
จ สงฺคโห สงเคราะห์ญาติ
-
18 อวชฺชานิ
กมฺมานิ ทำการงานที่ไม่มีโทษ
-
19 อารตี วิรตี
ปาปา เว้นจากความชั่ว
-
20 มชฺชปานา
จ สญฺญโม เว้นจากการดื่มน้ำเมา
-
21 อปฺปมาโท
จ ธมฺเมสุ ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย หมายถึงอย่าประมาทว่า
-
ความดีนิดเดียวไม่ทำก็ได้ ความดีนิดเดียวก็ควรทำ
และอย่าประมาทว่าความชั่วนิดเดียว
-
ทำไปไม่เป็นไรหรอก ใครๆเขาก็ทำ ความชั่วนิดเดียวก็ไม่ควรทำ
-
22 คารโว จ
รู้จักมีความเคารพ
-
23 นิวาโต จ
มีความสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน
-
24 สนฺตุฎฺฐี
จ มีความสันโดษ คือ พอใจในผลสำเร็จที่ตนได้สร้างขึ้น
-
ด้วยความพยายามของตนเองโดยทางชอบธรรม
-
25 กตญฺญุตา
มีความกตัญญู
-
26 กาเลน
ธมฺมสฺสวนํ มีการฟังธรรม ตามกาลอันสมควร
-
27 ชนฺตี จ
มีความอดทน
-
28 โสวจสฺสตา
เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย
-
29 สมณานญฺจ
ทสฺสนํ การได้พบเห็นสมณะ
-
30 กาเลน
ธมฺมสากจฺฉา การได้สนทาธรรมตามกาล
-
31 ตโป จ
มีความเพียรเผากิเลส รู้จักควบคุมตน ไม่ปรนเปรอตามใจอยาก
-
32 พฺรหฺมจริญฺ
จ ประพฤติพรหมจรรย์ ดำเนินตามอริยมรรค
-
33 อริยสจฺจานทสฺสนํ
เห็นอริยสัจ เข้าใจความจริงของชีวิต โดยเห็นอย่างแท้จริงก่อนว่า
-
แท้จริงแล้วโลกนี้มีแต่ความทุกข์ จะมากหรือจะน้อยเท่านั้น
ที่ใดมีสุขในทางโลกก็มีทุกข์ซ่อนอยู่เสมอ
-
จากนั้นจึงเห็นว่า สาเหตุของทุกข์ก็มี ความพ้นทุกข์ก็มี และเป็นไปได้
แนวทางปฏิบัติไปสู่ความพ้นทุกข์ก็มี
-
ตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้
-
34
นิพฺพานสจฺฉิกิริยา ทำพระนิพพานให้แจ้ง บรรลุนิพพาน
-
35 ผุฏฺฐสฺส
โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ ถูกโลกธรรมจิตไม่หวั่นไหว
-
36 อโสกํ
มีจิตเศร้า
-
37 วิรชํ
มีจิตปราศจากธุลี
-
38 เขมํ
มีจิตเกษม
-
หมายเหตุ
33 ข้อแรกเป็นเรื่องของเหตุ
การได้กระทำเหตุเหล่านนี้เป็นมงคล
-
ส่วน 5
ข้อสุดท้ายเป็นเรื่องของ ผล
ผลนี้เกิดจากเหตุที่ได้กระทำไว้แล้ว ผลเหล่านี้เป็นมงคล
-
ไม่ใช่สิ่งที่เกิดเองได้ว่ายๆ แต่เป็นผลจากการทำดี ตามเหตุเบื้องต้น
อย่างเต็มที่ ต้องก่อเหตุก่อนจึงเกิดผล
-
ต้องทำดีจึงเกิดผลดี
-
ทั้งหมดนี้คือมงคล
ที่พระพุทธองค์ทรงสอน ถ้าวัตถุใดทำให้ใจของเรา การกระทำของเรา
อยู่ในมงคลเหล่านี้
-
ทำให้เรานึกถึงความดี มีกำลังใจในการทำความดี
วัตถุนั้นคือวัตถุมงคลที่ล้ำค่าของเรา
-
-
มาทำมงคลให้เกิดในใจ มาเปลี่ยนวัตถุมงคลให้เป็นมงคลอย่างแท้จริงเถิดครับ
-
-
ทั้งหมดนี้เป็นบทความในหนังสือ เส้นของฟ้า